วัดเบซากี

ต้องบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากไม่แพ้จุดไหนของเกาะบาหลีเลยแม้แต่น้อย กับสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆไว้อย่างมากมายเลยทีเดียว  ตอนนี้เราไปกันที่วัดเบซากี ที่เป็นที่สุดของเรื่องราวต่างๆมากมาย เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุด สวยงามที่สุด แน่นอนว่าที่นี่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ชวนศึกษาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวและมีเรื่องราวที่ยาวนานที่สุดในทางประวัติศาสตร์ วัดนี้ถือเป็นมารดาของมวลวิหาร เพราะเป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะบาหลี ที่นี่ก็ยังเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  เริ่มก่อสร้างในศตวรรษที่ 8 ได้มีการขยายจนถึงขนาดเท่ากับปัจจุบันนี้เลย ที่นี่บอกเลยว่าสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมแล้วแน่นอนว่าที่นี่ยังมีธีมข้างหลังของวัดที่มีภูเขาไฟคูนุงอากุง เป็นภูเขาไฟที่มีความยิ่งใหญ่ในเกาะบาหลีเลยก็ว่าได้ และมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ที่นี่ในทุกปีก็มีประกอบพิธีที่สำคัญที่ชื่อว่า บาคาราตูรุนกาเดะ ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน พิธีสำคัญที่นี่นั้นก็จะมีผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทั้งเกาะบาหลี  นำของเซ่นไหว้ที่มักจะนำเทินหัวพร้อมด้วยการแต่งกายในชุดท้องถิ่นอันมีความสวยงาม  บอกเลยว่าใครที่มาเที่ยวที่เกาะบาหลีแห่งนี้บอกเลยว่า ถ้ามีโอกาสก็จะต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ คุณได้ชมเรื่องราวต่างๆทางประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน คุณจะได้สัมผัสตาได้เห็นความสวยงามและความยิ่งใหญ่ของวัดแห่งนี้

ทะเลสาบโทบา

ทะเลสาบโทบา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม แม้ว่าที่แห่งนี้ไม่ได้ตั้งอยู่ที่เกาะบาหลี แต่ที่นี่นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมาก ทะเลสาบโทบา เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟขนาดยักษ์เมื่อราว 77,000 ปีก่อน การระเบิดส่งผลให้เกิดหลุมลึกถึง 500 เมตรและกว้าง 33 กิโลเมตร ยาว 100 กิโลเมตร ทะเลสาบโทบาตั้งอยู่ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ในอินโดนีเซียซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ภูเขาไฟในโทบานั้นเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงมากในตอนนั้น เรียกว่าเป็นการระเบิดที่จัดอยู่ในระดับ 8 เป็นการระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ล้านปี จากหลักฐานนักวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าการระเบิดของโทบารุนแรงมากจนทำให้เกิดฤดูกาลที่เรียกว่า Volcanic winter หรือ ฤดูหนาวภูเขาไฟ ซึ่งตอนนั้นทำให้อุณหภูมิของโลกลดลงถึง…

หมู่บ้านคินตามณี

  คือชื่อหมู่บ้านที่สวยงาม ได้ชื่อมาจากเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟกุนุง บาตูร์ มีทะเลสาบบาตูร์ และภูเขาไฟกุนุงบาตูร์ เป็นฉาก เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของบาหลีบริเวณนี้เป็นปากปล่องภูเขาไฟ ที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดประกอบไปด้วยหมู่บ้านเพเนโลกันและคินตามณีแต่ละหมู่บ้านจะมีวิวให้ชมอย่างเพลินตา รวมทั้งร้านขายผลไม้เมืองหนาวสดๆ ระหว่างทางจะต้องพบกับ ปุรา อูลันดานูบาตูร์ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่ถือได้ว่าสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากวัดเบซากี นอกจากจะเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของคนบาหลีแล้ว บรรยากาศของวัดนี้ก็ยังดีมากด้วย เพราะเนื่องจากอยู่ในที่สูงจึงมีหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ดูขลังและดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นไปอีกคินตามณีเป็นหมู่บ้านที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก ตั้งอยู่บนภูเขาสูง สามารถมองเห็นภูเขาไฟและทะเลสาบบาตูร์ได้อย่างชัดเจน พื้นที่บริเวณนี้มีร้านอาหารจำนวนมาก นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งรับประทานอาหารอร่อย ๆ ชมวิวสวย ๆ ที่หมู่บ้านแห่งนี้แต่สำหรับนักท่องเที่ยวเบี้ยน้อยหอยน้อยแถมยังโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างผม คงไม่มีเงินมากพอที่จะเข้าไปนั่งกระดิกเท้าชมวิว จิบกาแฟขี้ชะมดแบบนักท่องเที่ยวคนอื่น…

วัดอูรูวาตู

   วัดอูลูวาตู เป็นวัดหลักประจำท้องทะเลที่โดยมีความสูง 70 เมตร วัดอูลูวาตูตั้งอยู่บนไหล่เขา ริมหน้าผาทางใต้สุดของเกาะบาหลี  ซึ่งวิหารแห่งนี้ได้มีการสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 โดยเอิมปู กูรูตัน และ ดังห์ยัง นิราร์ตา นักบวชครั้งบรรพกาล ว่ากันว่าดังห์ยัง นิราร์ตา เข้าถึงโมกษะหรือความหลุดพ้น ณ วัดนี้ ประตูผ่าซีก หรือ จันดี เบินตาร์ ของวัดนี้ไม่ธรรมดาตรงที่ด้านข้างสลักเป็นลักษณะของปีก ส่วนทางเข้าสู่ลานวัดชั้นที่สอง ประจำยามโดยรูปปั้นพระคเนศเศียรช้างที่ผู้คนนับถือว่าเป็นเทพผู้ปัดเป่าอุปสรรค สถานชั้นในสุดอันศักดิ์สิทธิ์ หรือ เจโรอัน…

วัดทานาล็อต

   มีความสวยงามมากเป็นวัดที่ติดทะเลมันเป็นฟิวที่ต้องมาเห็นกับตาตัวเองคุ้มค่าสำหรับการเดินทางจริงๆคะได้กลิ่นอายของความร่วมสมัยบวกกับความเป็นธรรมชาติที่ทั้งต้นไม้ภูเข้าและทะเลมีความลงตัวทุกอย่างจริงๆบาหลีเขาดีจริงๆคะ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนชายหาดริมทะเล 1 ใน 5 ของเกาะบาหลี เรียกได้ว่ายื่นลงไปในทะเลเลยทีเดียว สร้างโดยนักบวชฮินดู ชื่อว่า ดัง ฮยัง นิราร์ธา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล ลักษณะการสร้างบนโขดหินคล้ายเกาะเล็ก ๆ เวลาน้ำขึ้น จึงดูเหมือนวัดอยู่กลางทะเล เวลาน้ำลง ผู้คนสามารถเดินข้ามทางเดินไปยังตัววัดได้ เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบาหลีให้ความเคารพบูชาอย่างมาก มีทิวทัศน์และบรรยากาศที่สวยงาม และด้านนอกก็เป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมืองราคาถูกที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ เมื่อไปเที่ยวบาหลี อีกที่หนึ่งที่อยากแนะนำ นั่นก็คือ วิหารทานาต์ลอต (Pura…

วัดถ้ำช้าง

  วัดถ้ำช้างสิ่งที่โดดเด่นคือแผ่นหินแกะสลักหน้าปากทางเข้าถ้ำ ลักษณะเป็นการเจาะจากด้านหน้าของหินผา มองดูคล้ายใบหน้าช้างบางก็ว่าคล้ายยักษ์อ้าปากกว้าง ชาวบาหลีเชื่อว่าคือปากของปีศาจร้ายภายในถ้ำเป็นรูปตัวที ด้านหนึ่งจะเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศ อีกด้านเป็นรูปปั้นศิวลึงค์ 3 แท่ง แทนเทพ 3 องค์แท่ง แทนเทพ 3 องค์ คือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม ตามความเชื่อของฮินดูด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี 6 นาง ชาวบาหลีเชื่อว่าของฮินดู ด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี 6 นาง ชาวบาหลีเชื่อว่าของฮินดู..ด้านหน้าปากถ้ำเป็นสระศักดิ์สิทธิ์น้ำไหลพุ่งจากปากปล่องแกะสลักเป็นรูปอิสตรี6 นาง…

บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ วัดเทมภัคสิริงค์

สวยมากจริงๆคะอยากให้มาเห็นกับตาศาสนสถานที่เก่าแก่และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบาหลี  ซึ่งมีอายุมากกว่าพันปี ในสมัยโบราณใช้ประกอบพิธีทางศาสนาในราชวงศ์กษัตริย์เท่านั้น  ต่อมาจะเปิดให้ชาวบ้านได้เข้าไปกราบสักการะกันเป็นน้ำพุจากธรรมชาติที่ผุดขึ้นจากตาน้ำใต้ดินมาเป็นเวลายาวนานนับพันปี โดยไม่มีทีท่าว่าจะหมด สำหรับชื่อ เทมภัคสิริงค์ แปลว่า รอยเท้า มีเรื่องเล่าขานที่ถึงมาที่ไปของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อยู่บ้าง (รบกวนหาอ่านกันดูนะคะ เรื่องยาวอยู่เหมือนกัน) เอาเป็นว่า ชาวบาหลีมีความเชื่อกันว่า  น้ำพุธรรมชาติ เตียต้าเอ็มพูล แห่งนี้  พระอินทร์เป็นผู้บันดาลให้เกิดน้ำพุ  ดังนั้น ชาวบาหลีจึงมีความเชื่อว่า ถ้าได้อาบน้ำ และดื่มกินจะเป็นสิริมงคล และขับไล่สิ่งเลวร้าย  ทั้งยังช่วยรักษาโรคภัยต่างๆ ได้  ดังนั้น ในวันสำคัญของทุกปี  โดยเฉพาะวันเปลี่ยนศักราชใหม่ จะเห็นทั้งชาวบาหลี และนักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาต่อแถวกันยาวเหยียด…

ตลาดอูบุด

  เมืองเล็กๆที่อยู่ตอนกลางของบาหลีคะไม่ติดทะเลนะอยู่ทามกลางขุนเขาและแมกไม้แต่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านศิลปะเต็มไปด้วยหมูบ้านศิลปะหัตถกรรมมากมายเลยด้วยพาเดินเล่นในอูบุด ช่วงเช้าๆ ครับ ด้วยสาเหตุที่ตะลอนตั้งแต่เช้า กว่าจะมาถึง Ubudราวๆ 1 ทุ่มแล้วแต่ที่นี่ ช่วงเวลาดังกล่าวผมคิดว่ายังคงคึกคักน่ะ อาจจะด้วยอยู่ในช่วงเวลาที่นาฏศิลป์ ศิลปะการร่ายรำของาหลีเริ่มทำการเปิดแสดง ผู้คน นักท่องเที่ยวจึงพากันพาเหรดจากที่พัก ออกมาเดินบนท้องถนนกันอกจากนี้ก็ออกมาทานอาหาร จับจ่ายซื้อของกันมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ไม่วุ่นวาย คึกคักจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เงียบเหงา มากนัก ทั้งนี้น่าจะอยู่กับช่วงเวลาด้วยคนที่เคยมาที่นี่บ่อยครั้งและคนท้องถิ่น ที่ได้คุยด้วยมักจะบอกว่า ” เวลานี้ อูบุดเปลี่ยนไปมาก “แต่ผมก็ยัง ” ชอบและชื่นชม ” ที่นี่อยู่ดีช่วงกลางคืนมีฝนตกลงมาเล็กน้อย…